Back ground image of HeroRealtor logo phone_in_talk 065 083 2211 Line application logo HeroRealtor @ Line
Language Flag for en locale Link to th version of this page. Link to zh version of this page.
HOME คู่มือแบบง่าย: วิธีขอใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย (Alcohol License in Thailand)

คู่มือแบบง่าย: วิธีขอใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย (Alcohol License in Thailand)

Article featured image
หากโมเดลธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหรือให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ไวน์ หรือสุรา ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร บาร์ หรือคลับ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยื่นขอ ใบอนุญาตขายสุรา ซึ่งมักเรียกกันว่า liquor license หรือ liquor selling license ในประเทศไทย การ “ขอรับใบอนุญาต” และ “การปฏิบัติตามข้อกำหนดในการดำเนินงานประจำวัน” เป็นกระบวนการคนละส่วน แต่ต้องดำเนินการควบคู่กัน โดยหลักจะเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ และการปฏิบัติตามข้อจำกัดด้านการจำหน่ายและการโฆษณาตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverage Control Act)
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมาย และคุณควรตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ของคุณก่อนดำเนินการจริงเสมอ
  

1) ทำความเข้าใจว่า “ใบอนุญาต” ใดบ้างที่จำเป็นต้องใช้: alcohol license vs restaurant license vs bar license

ผู้ประกอบการจำนวนมากมักเรียกรวมขั้นตอนต่าง ๆ ว่า “การขอใบอนุญาตร้านอาหาร” หรือ “การขอใบอนุญาตบาร์” อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ควรแยกพิจารณาเป็นคนละส่วนอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและป้องกันการตกหล่นของข้อกำหนดสำคัญ ดังนี้

ใบอนุญาตขายสุรา / ใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (alcohol license)
เป็นใบอนุญาต (ซึ่งอาจเรียกได้ว่า liquor license หรือ liquor selling license) ที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่หน่วยงานรัฐกำหนด

ใบอนุญาตร้านอาหาร (restaurant license)
โดยทั่วไปจะเป็นใบอนุญาตหรือการอนุญาตประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับอาหารและสถานประกอบการ ซึ่งรายละเอียด เงื่อนไข และหน่วยงานที่กำกับดูแลจะขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและข้อกำหนดของท้องถิ่นนั้น ๆ

ใบอนุญาตบาร์ (bar license) หรือการอนุญาตสำหรับคลับ
สำหรับบางแนวคิดธุรกิจ (concept) อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมนอกเหนือจากใบอนุญาตขายสุรา เช่น ข้อกำหนดด้านสถานที่ การดำเนินงาน ความปลอดภัย หรือรูปแบบกิจการเฉพาะ

สาระสำคัญคือ การมี alcohol license ในประเทศไทย ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถเปิดดำเนินการได้ครบทุกมิติ แต่เป็นเพียง “หนึ่งในองค์ประกอบหลัก” ที่จำเป็นต้องจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ควบคู่ไปกับใบอนุญาตและการอนุญาตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ

2) เลือกประเภทใบอนุญาตขายสุราที่ถูกต้อง (liquor license)

ตามกระบวนการของหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลการขออนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใบอนุญาตขายสุราจะถูกแบ่งประเภทหลัก ๆ ตาม “ปริมาณที่จำหน่ายต่อครั้ง” ดังนี้

ประเภท 1 : การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไปต่อครั้ง

ประเภท 2 : การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยกว่า 10 ลิตรต่อครั้ง

แนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับร้านอาหารและบาร์ส่วนใหญ่
การจำหน่ายในลักษณะขายเป็นแก้ว หรือขายเป็นขวดให้ผู้บริโภคภายในสถานประกอบการ มักเข้าข่ายใบอนุญาตประเภท 2 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรตรวจสอบและยืนยันกับสำนักงานหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ของตนโดยตรง เพื่อให้ประเภทใบอนุญาตสอดคล้องกับรูปแบบการจำหน่ายจริง และเพื่อลดความเสี่ยงจากการยื่นขอใบอนุญาตไม่ตรงกับข้อกำหนด

3) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตก่อนลงนามในสัญญาเช่า

ก่อนตัดสินใจทำสัญญาเช่าระยะยาว ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า “ผู้ถือใบอนุญาต” มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยเงื่อนไขสำคัญที่มักปรากฏในขั้นตอนการขออนุญาตจากภาครัฐ ได้แก่

เป็น นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ

เป็น บุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ หากผู้ขออนุญาตเคยมีประวัติถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาก่อน อาจมีข้อจำกัดหรือระยะเวลาที่ต้องรอก่อนจึงจะสามารถยื่นคำขอใหม่ได้ ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกระบวนการอนุญาตของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

4) ตรวจสอบทำเล: พื้นที่ต้องไม่อยู่ใน “เขตห้ามขาย” ตามกฎหมาย

ทำเลที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทำเลที่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เสมอไป ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประเด็นด้านข้อห้ามทางกฎหมายตั้งแต่ก่อนลงนามในสัญญาเช่า

ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverage Control Act) ได้กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับ “สถานที่ห้ามจำหน่าย” ไว้หลายประเภท เช่น สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานีบริการน้ำมัน สวนสาธารณะ รวมถึงสถานที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ประกาศ หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ในกระบวนการขออนุญาตจำหน่ายสุราภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยังมีการพิจารณาข้อจำกัดด้านทำเลและสถานที่ต้องห้ามเป็นองค์ประกอบสำคัญของการอนุญาตเช่นกัน

มุมมองด้านอสังหาริมทรัพย์
การประเมิน “ความเหมาะสมของทำเล” สำหรับร้านอาหาร บาร์ หรือคลับ ควรพิจารณาควบคู่กันทั้งศักยภาพเชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ด้านการขออนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการลงทุนตกแต่งหรือดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่สามารถขอใบอนุญาตได้ในภายหลัง

5) เตรียมเอกสาร: เช็กลิสต์ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักต้องใช้

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตอาจแตกต่างกันไปตามประเภทผู้ยื่นคำขอ (บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล) รวมถึงพื้นที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ มักมีเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ดังนี้

  • เอกสารแสดงตัวตนของผู้ยื่นคำขอ (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารอื่นตามที่กฎหมายกำหนด)

  • กรณีเป็นนิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท และเอกสารการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง

  • เอกสารเกี่ยวกับสถานที่จำหน่าย เช่น ทะเบียนบ้านของสถานที่ เอกสารสิทธิในที่ดิน/อาคาร หรือเอกสารยืนยันสิทธิการใช้สถานที่

  • สัญญาเช่า และ หนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่หรือผู้ให้เช่า ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าวในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • แผนที่หรือแผนผังโดยสังเขปของสถานที่และบริเวณโดยรอบ

  • กรณีมอบอำนาจ: หนังสือมอบอำนาจ พร้อมเอกสารประกอบของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ รวมถึงอากรแสตมป์ตามอัตราที่กำหนด

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ประเด็นเรื่อง “หนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่” มักเป็นจุดที่ทำให้กระบวนการยื่นคำขอล่าช้า ผู้ประกอบการจึงควรเจรจาและกำหนดเงื่อนไขในเรื่องนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการต่อรองและจัดทำสัญญาเช่า

6) ยื่นขอใบอนุญาตที่ไหน และยื่นอย่างไร

ช่องทางและวิธีการยื่นคำขอใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นไปตามขั้นตอนบริการภาครัฐที่กำหนด ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาตและพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยแนวทางทั่วไป ได้แก่

  • ยื่นคำขอโดยตรงที่หน่วยงานหรือสำนักงานของรัฐที่รับผิดชอบตามพื้นที่ที่ใช้ประกอบกิจการ เช่น สำนักงานในสังกัดหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่นั้น

  • ยื่นผ่านศูนย์บริการร่วม (One Stop Service: OSS Center) หรือจุดให้บริการภาครัฐที่กำหนด

  • ในบางกรณี อาจมีช่องทางการยื่นผ่านระบบออนไลน์หรือแพลตฟอร์มของภาครัฐ ทั้งนี้ ขั้นตอนปฏิบัติจริงอาจแตกต่างกันไปตามประเภทใบอนุญาตและข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละพื้นที่

หลังจากคำขอได้รับการอนุมัติ โดยทั่วไปผู้ยื่นจะต้องดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด และรับใบอนุญาตตามขั้นตอนและระยะเวลาที่หน่วยงานแจ้งไว้

สำหรับข้อมูลอ้างอิงอย่างเป็นทางการ ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากหน้า “ขั้นตอนบริการภาครัฐ” ในเรื่องการขอใบอนุญาตขายสุรา ของหน่วยงานรัฐหรือระบบข้อมูลบริการภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

7) alcohol license fee: ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราในประเทศไทยต้องเตรียมเท่าไร

คำว่า alcohol license fee ไม่มีอัตราเดียวที่ใช้กับทุกกรณี เนื่องจากค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับประเภทของใบอนุญาต ลักษณะการจำหน่าย และสถานะของผู้ประกอบการแต่ละราย

จากตัวอย่างข้อมูลค่าธรรมเนียมที่ปรากฏในขั้นตอนบริการภาครัฐ สามารถสรุปแนวทางได้ดังนี้

  • ใบอนุญาตประเภท 2 (Type 2: จำหน่ายน้อยกว่า 10 ลิตรต่อครั้ง)

    • กรณีผู้ประกอบการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ค่าธรรมเนียมรายปีที่ระบุไว้ เช่น 2,000 บาท

    • กรณีผู้ประกอบการ ไม่จดทะเบียน VAT: ค่าธรรมเนียมรายปีที่ระบุไว้ เช่น 300 บาท

  • ใบอนุญาตประเภท 1 (Type 1: จำหน่ายตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไปต่อครั้ง)
    ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมที่ปรากฏในหน้าเดียวกัน จะมีการแยกเป็นหลายกรณีย่อย โดยมีตัวอย่างค่าธรรมเนียมรายปีที่แสดงไว้ เช่น 600 บาท, 1,200 บาท และ 5,000 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและลักษณะของการอนุญาตในแต่ละกรณี

หมายเหตุสำคัญ
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาตและอัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ของตนก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบกิจการจริงและข้อมูลล่าสุดในขณะยื่นขอใบอนุญาต

8) ระยะเวลาและการต่ออายุ: วางระบบเพื่อไม่ให้พลาดในปีถัดไป

ในขั้นตอนบริการภาครัฐ ได้มีการระบุประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงในการบริหารจัดการใบอนุญาตขายสุรา ดังนี้

  • ใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยทั่วไป มีอายุ 1 ปี และต้องดำเนินการต่ออายุตามกำหนดเวลา

  • ในกรณีที่เอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน หน่วยงานที่รับผิดชอบอาจแจ้งให้แก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม และหากผู้ยื่นไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด คำขออาจถูกพิจารณาว่าเป็นการ “ทิ้งคำขอ” ตามกระบวนการที่กำหนดไว้

  • หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว มักจะมีกรอบเวลาที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต โดยในบางขั้นตอนมีการอ้างถึงระยะเวลา เช่น ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการอนุมัติ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ควรกำหนดวันหมดอายุและกำหนดการต่ออายุใบอนุญาตไว้ในปฏิทินการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance calendar) อย่างชัดเจน พร้อมระบุผู้รับผิดชอบในการติดตาม โดยเฉพาะธุรกิจบาร์และคลับ ซึ่งมักอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวดมากกว่าธุรกิจทั่วไป

9) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต: สรุปประเด็นสำคัญตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic Beverage Control Act)

ภายหลังได้รับ alcohol license แล้ว ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้แก่

  • ข้อจำกัดด้านอายุผู้ซื้อ
    ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และมีข้อห้ามในการจำหน่ายให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนขาดสติหรืออยู่ในสภาพที่กฎหมายกำหนดว่าไม่เหมาะสมต่อการจำหน่าย

  • ข้อจำกัดด้านวิธีการขายและการส่งเสริมการขาย
    กฎหมายกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับพฤติกรรมการขายและการส่งเสริมการขายบางรูปแบบ เช่น การจัดโปรโมชัน การลดราคา หรือวิธีการอื่นที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนด ทั้งนี้ อาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามประกาศหรือกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

  • สถานที่ห้ามจำหน่าย
    รวมถึงสถานที่หลายประเภท เช่น สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานีบริการน้ำมัน สวนสาธารณะ และสถานที่อื่นตามที่กฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

  • วันและช่วงเวลาที่อาจถูกห้ามจำหน่าย
    อาจมีการกำหนดวันหรือช่วงเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเติม โดยอาศัยอำนาจตามกรอบที่กฎหมายบัญญัติไว้

  • ข้อจำกัดด้านการโฆษณา
    มีข้อห้ามและข้อจำกัดเกี่ยวกับการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ หรือการแสดงชื่อ เครื่องหมายการค้า หรือสื่ออื่นใดในลักษณะที่อาจเป็นการชักจูงหรือส่งเสริมให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

สำหรับการศึกษาข้อกฎหมายโดยละเอียด ผู้ประกอบการสามารถอ้างอิงตัวบทพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับภาษาอังกฤษที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐได้ ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวระบุชัดเจนว่าเป็น “คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ” และให้ยึดข้อความในฉบับภาษาไทยเป็นที่สุดในการตีความและบังคับใช้กฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

ร้านอาหารในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์หรือไม่?


หากมีการจำหน่ายหรือให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทั่วไปผู้ประกอบการจำเป็นต้องมี ใบอนุญาตขายสุรา (alcohol license Thailand) ซึ่งมักเรียกกันว่า liquor license หรือ liquor selling license และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการดำเนินงานประจำวันอย่างเคร่งครัด

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา (alcohol license fee) โดยทั่วไปเท่าไร?


ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาตและสถานะของผู้ประกอบการ ตัวอย่างเช่น ในขั้นตอนบริการภาครัฐสำหรับใบอนุญาตประเภท 2 (Type 2) มีการแสดงค่าธรรมเนียมรายปี เช่น 2,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ 300 บาท สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่จด VAT ทั้งนี้ควรตรวจสอบอัตราที่ใช้จริงกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนยื่นคำขอ

“ใบอนุญาตบาร์ (bar license)” เหมือนกับใบอนุญาตขายสุราหรือไม่?


คำว่า bar license มักเป็นคำเรียกในเชิงธุรกิจหรือเชิงการตลาด ในทางกฎหมาย “สิทธิในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” จะอยู่ภายใต้กรอบของใบอนุญาตขายสุราเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบางประเภทอาจต้องมีใบอนุญาตหรือการอนุญาตอื่นเพิ่มเติมตามลักษณะและรูปแบบของสถานประกอบการ

CTA
หากคุณกำลังมองหาทำเลสำหรับบาร์ ร้านอาหาร หรือคลับ สามารถ นัดชมทรัพย์กับ Hero Realtor เพื่อประเมินทั้งศักยภาพเชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ด้านการขออนุญาตได้ตั้งแต่ต้น

Hero Realtor มุ่งเน้นด้านอสังหาริมทรัพย์
เรา ไม่ได้ให้บริการด้านกฎหมาย และ ไม่ได้รับดำเนินการขอใบอนุญาตขายสุรา (alcohol license) โดยตรง อย่างไรก็ตาม ทีมเอเจนต์มืออาชีพของเรามีประสบการณ์กับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์หลากหลายรูปแบบ และมีความเข้าใจในปัจจัยด้านทำเล การใช้งานจริง และเงื่อนไขเชิงปฏิบัติที่มักเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องใช้ liquor license เพื่อช่วยให้คุณคัดเลือกทรัพย์ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

กำลังมองหาพื้นที่ที่เหมาะสำหรับบาร์ ร้านอาหาร หรือคลับอยู่หรือไม่?


คุณสามารถนัดชมทรัพย์กับเราได้ทันที โดยแจ้งข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

  • คอนเซ็ปต์ธุรกิจ (ร้านอาหาร / บาร์ / คลับ) และรูปแบบการให้บริการ

  • ทำเลที่สนใจ งบประมาณ ขนาดพื้นที่ และไทม์ไลน์การเปิดร้าน

ทีม Hero Realtor จะช่วยคัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสม และจัดตาราง นัดชมทรัพย์ (schedule viewing) ให้สอดคล้องกับเวลาที่คุณสะดวก

เริ่มต้นติดต่อทีมของเราได้ที่: ติดต่อ Hero Realtor

หรือสำรวจตัวเลือกอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่พร้อมต่อยอดธุรกิจของคุณได้ที่

  • อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (Commercial) ในกรุงเทพฯ

  • รวมหมวดหมู่อสังหาฯ เชิงพาณิชย์ (Commercial Properties)

  • ทำเลเชิงพาณิชย์ยอดนิยมในกรุงเทพฯ ปี 2025

  
  
  
 

Import Agent